รถขนส่งมีต้นทุนอะไรบ้าง? 7 ค่าใช้จ่ายที่ธุรกิจควรรู้
เจาะลึก 7 ต้นทุนสำคัญของการบริหารรถขนส่ง ตั้งแต่ค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าแรง ค่าซ่อมบำรุง ไปจนถึงต้นทุนรถวิ่งเที่ยวเปล่า พร้อมแนวทางช่วยธุรกิจวางแผนการขนส่งและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
รถว่างไม่ได้แปลว่าประหยัด: 7 ต้นทุนที่ธุรกิจต้องเจอเมื่อบริหารรถขนส่งเอง
สำหรับหลายธุรกิจ การมีรถขนส่งเป็นของตัวเองอาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพราะสามารถควบคุมตารางการจัดส่งและบริหารงานได้ด้วยตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้นทุนของการมีรถขนส่งไม่ได้มีเพียงค่าน้ำมันเท่านั้น
เมื่อพิจารณาตั้งแต่ค่ารถ ค่าบำรุงรักษา ค่าแรงพนักงาน ไปจนถึงต้นทุนจากรถวิ่งเที่ยวเปล่า จะพบว่าการบริหารรถขนส่งเองมีค่าใช้จ่ายหลายด้านที่ธุรกิจอาจมองข้าม
วันนี้ ONE WAYS LOGISTICS จะพาไปดู 7 ต้นทุนสำคัญที่ธุรกิจควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนและบริหารรถขนส่งด้วยตัวเอง
1. ค่าซื้อรถและค่าเสื่อมราคา
ต้นทุนแรกที่เห็นได้ชัดคือ ค่าซื้อรถ ไม่ว่าจะเป็นรถ 4 ล้อ 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ การลงทุนซื้อรถหนึ่งคันต้องใช้เงินจำนวนมาก และเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ รถก็จะมีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นตามอายุและสภาพการใช้งาน นอกจากนี้ หากเป็นรถห้องเย็น ต้นทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวรถ แต่ยังรวมถึงระบบทำความเย็นและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น การคำนวณต้นทุนรถจึงควรมองทั้ง ราคาซื้อ ค่าเสื่อมราคา และมูลค่าการใช้งานในระยะยาว
2. ค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
แน่นอนว่าค่าน้ำมันเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของงานขนส่ง แต่สิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันต่อเที่ยว แต่คือ ประสิทธิภาพของการใช้รถ
ตัวอย่างเช่น
- รถวิ่งระยะทางไกลแต่บรรทุกสินค้าไม่เต็มคัน
- รถต้องวิ่งกลับโดยไม่มีสินค้า
- มีการเปลี่ยนเส้นทางระหว่างทาง
- รถติดหรือจอดรอเป็นเวลานาน
- มีหลายเที่ยวที่ไม่สามารถวางแผนเส้นทางต่อเนื่องได้
สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยที่ธุรกิจอาจไม่ทันสังเกต
3. ค่าแรงและการบริหารพนักงานขับรถ
การมีรถเองหมายถึงการต้องมี คนขับรถ นอกจากค่าจ้างแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่า OT ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการบริหารบุคลากร ในกรณีที่พนักงานลาหยุด ขาดงาน หรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามกำหนด ธุรกิจยังต้องมีแผนสำรองเพื่อให้การขนส่งไม่สะดุด นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายธุรกิจเลือกใช้บริการผู้ให้บริการ Logistics ที่มีทีมคนขับพร้อมอยู่แล้ว
4. ค่าซ่อมบำรุงและการดูแลรถ
รถที่ใช้งานเป็นประจำย่อมต้องได้รับการดูแล ตั้งแต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ ระบบเบรก ระบบไฟ ไปจนถึงการซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหาย สำหรับรถห้องเย็น ยังต้องให้ความสำคัญกับ ระบบทำความเย็น เป็นพิเศษ เพราะหากระบบเกิดปัญหาระหว่างการขนส่ง อาจส่งผลกระทบต่อสินค้าที่อยู่ภายในได้ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษารถ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณภาพการให้บริการด้วย
5. ค่าใช้จ่ายจาก “รถวิ่งเที่ยวเปล่า”
นี่เป็นต้นทุนที่ธุรกิจจำนวนมากมองข้าม ลองนึกภาพว่า รถคันหนึ่งขนส่งสินค้าจากสมุทรสาครไปยังจังหวัดหนึ่ง แต่เมื่อส่งสินค้าเสร็จแล้ว ไม่มีงานสำหรับเที่ยวกลับ รถยังต้องเดินทางกลับมายังจุดเดิม น้ำมันยังต้องใช้ คนขับยังต้องทำงาน รถยังคงมีค่าเสื่อมราคา แต่ไม่มีรายได้จากเที่ยวกลับ สิ่งนี้เรียกว่า เที่ยวรถเปล่า (Empty Run) และสามารถส่งผลต่อต้นทุนเฉลี่ยต่อเที่ยวได้อย่างมาก การบริหารจัดการเที่ยวรถและวางแผนงานให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจ Logistics
6. ค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและการติดตามรถ
ในยุคที่ลูกค้าต้องการความโปร่งใสในการขนส่ง การรู้ว่ารถอยู่ที่ไหนและสินค้าเดินทางถึงขั้นตอนไหนแล้วกลายเป็นสิ่งสำคัญ ระบบ GPS Tracking ช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งรถและตรวจสอบการเดินทางได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับธุรกิจที่มีรถเป็นของตัวเอง ค่าใช้จ่ายด้านระบบติดตามรถ อุปกรณ์ และการดูแลระบบก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่ต้องนำมาคำนวณ
7. ต้นทุนจากการบริหารจัดการทั้งหมด
ต้นทุนที่มองเห็นยากที่สุดอาจไม่ใช่ค่ารถหรือค่าน้ำมัน แต่คือ เวลาของคนในองค์กร เมื่อบริษัทมีรถเอง จะต้องมีคนคอยจัดตารางรถ
- ประสานงานกับคนขับ
- วางแผนเส้นทาง
- ติดตามสถานะการจัดส่ง
- ดูแลเอกสาร
- ตรวจสอบค่าใช้จ่าย
- จัดการซ่อมบำรุง
- และแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เมื่อจำนวนรถและจำนวนเที่ยวเพิ่มขึ้น งานบริหารเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในบางกรณี ธุรกิจอาจพบว่าการมีรถเองไม่ได้ช่วยลดต้นทุนโดยรวมอย่างที่คิด แต่กลับทำให้ต้องใช้ทรัพยากรด้านบุคลากรและการบริหารเพิ่มขึ้น
แล้วธุรกิจควรมีรถเอง หรือใช้บริการ Logistics?
คำตอบไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
ธุรกิจที่มีงานขนส่งจำนวนมากและมีเที่ยวงานที่แน่นอน อาจเลือกลงทุนในรถของตัวเองได้ แต่สำหรับธุรกิจที่มีปริมาณงานขึ้นลงตามช่วงเวลา หรือไม่ต้องการแบกรับต้นทุนในการดูแลรถและคนขับทั้งหมด การใช้บริการ ผู้ให้บริการขนส่งภายนอก (Third-Party Logistics) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สิ่งสำคัญคือการเปรียบเทียบ “ต้นทุนทั้งหมด” ไม่ใช่ดูเพียงค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่อเที่ยว
เพราะราคาที่ถูกที่สุด อาจไม่ใช่ต้นทุนที่ต่ำที่สุดเสมอไป
เลือกพาร์ตเนอร์ขนส่งที่เหมาะกับธุรกิจ
การมีผู้ให้บริการ Logistics ที่มีรถพร้อม ทีมงานพร้อม และสามารถรองรับรูปแบบงานที่หลากหลาย ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
ONE WAYS LOGISTICS ให้บริการขนส่งสินค้าด้วยรถหลายประเภท ทั้ง
🚚 รถ 4 ล้อ
🚚 รถ 6 ล้อ
🚚 รถ 10 ล้อ
❄️ รถห้องเย็น / รถควบคุมอุณหภูมิ
พร้อมระบบ GPS สำหรับติดตามรถ และทีมงานที่พร้อมดูแลการขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เรารองรับทั้ง งานขนส่งแบบเที่ยว และงานขนส่งประจำ เพื่อให้สามารถออกแบบรูปแบบการให้บริการให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของลูกค้า
เพราะ Logistics ที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของการส่งสินค้า
การขนส่งที่มีประสิทธิภาพ คือการบริหาร รถ คน เวลา และต้นทุน ให้ทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม ดังนั้น ก่อนที่ธุรกิจจะตัดสินใจซื้อรถเพิ่ม หรือเพิ่มทีมขนส่ง การลองคำนวณต้นทุนทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง อาจช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า รูปแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด
ONE WAYS LOGISTICS
พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลทุกเที่ยวขนส่งของธุรกิจคุณ
📞 098-896-9789
LINE: @Onewayslogistic
✉️ [email protected]
📍 สำนักงานใหญ่ จ.สมุทรสาคร
🕐 ให้บริการทุกวัน 24 ชม.
ONE FOR ALL, DELIVER AS PROMISED.